โครงการ “จ้างดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านอากาศยานไร้คนขับ”

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงาน Startup Thailand 2017 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากการจัดงาน เกิดกระแสความตื่นตัวในธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งประชาชนและนักธุรกิจในภูมิภาคทั่วประเทศ ยังเกิดผลเป็นรูปธรรมหลายด้าน เช่น เกิดเม็ดเงินลงทุนราคาสูงถึง 6 พันล้านบาทเกิด Startup ที่มีศักยภาพและเริ่มดำเนินธุรกิจจริงกว่า 700 ราย เกิดการสร้างงานใหม่กว่า 7,500 อัตรา ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นกำลังที่มีทักษะทางเทคโนโลยีและทักษะด้านความเป็นผู้ประกอบการสูง เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ได้เล็งเห็นกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Unmanned Aerial Vehicle หรือ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากมีต้นทุนในการผลิตและนำเข้าที่ไม่สูงมากนัก และยังเป็นที่ต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย จึงได้จัดกิจกรรมโครงการ UAV STARTUP 2017 และได้รับการตอบรับอย่างดีมีผู้ให้คามสนใจสมัครเข้ามาจำนวน 84 ทีม เกิดการต่อยอดนวัตกรรม เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ  ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานและการสนับสนุนผู้ประกอบการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงจัดกิจกรรมโครงการ UAV STARTUP 2018 ขึ้น เพื่อประยุกต์ใช้งานในพื้นที่จริง และเกิดความสอดคล้องรวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการจริง

ในการนี้ การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวจะสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงมีความจำเป็นที่จะจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นและวางแผน UAV STARTUP 2018 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรวมทั้งจัดทำแผนธุรกิจและการตลาดของอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ

สรุปผลการศึกษา

ผลการวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านอากาศยานไร้คนขับ จากการประชุมภายในระหว่างที่ปรึกษาและคณะทำงานจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้มีวิเคราะห์และกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านอากาศยานไร้คน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. การกำหนดนโยบาย : ที่ประชุมได้มีการกำหนดนโยบาย ในการจัดกลุ่มการให้บริการ โดยให้พิจารณาจากลักษณะของการบริการแก่ผู้ใช้ อาทิ การให้บริการอากาศยานไร้คนขับ ประเภทอำนวยความสะดวก (Hardware) และการให้บริการอากาศยานไร้คนขับประเภทวิเคราะห์ผล (Software) นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดนโยบายของด้านการให้บริการอากาศยานไร้คนขับในมีความสอดคล้องกับพื้นที่การให้บริการ โดยให้พิจารณาจากกลุ่มและลักษณะการให้บริการเช่นกัน อาทิ ยานอากาศยานไร้คนขับบริการด้านการพ่นปุ๋ยเพื่อการเกษตร อาจจะพิจารณาเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีพื้นที่การเกษตรที่มีความเหมาะสมกับการให้บริการ ยานอากาศยานไร้คนขับบริการด้านการสำรวจควัน อาจจะพิจารณาเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นควบคุมด้านมลพิษและอัคคีภัย เป็นต้น
  2. การนำนโยบายไปปฏิบัติ : ที่ประชุมได้มีการกำหนดแนวทางการนำนโยบายไปปฏิบัติ โดยให้พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยเป็นพื้นที่นำร่องการให้บริการ ซึ่งในที่ประชุมได้ให้แนวทางการพิจารณาจำนวน 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง เนื่องจากมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ อาชีพ เมือง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
  3. การประเมินผลนโยบาย : ที่ประชุมได้มีการกำหนดลักษณะการนำนโยบายไปปฏิบัติและมีการกำหนดลักษณะการประเมินผลนโยบาย โดยให้คณะที่ปรึกษาดำเนินการประเมินผลทางทัศนคติเป็นหลัก เพื่อทราบความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งแบ่งเป็นก่อนรับบริการและหลังรับบริการ และนำผลการประเมินมาทำการประมวลผลเชิงสถิติ เพื่อวิเคราะห์ผลและสรุปความต้องการและทัศนคติของผู้บริโภค โดยการประเมินผลนโยบาย ได้มีการกำหนดให้มีการประเมิน 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ทัศนคติของผู้ใช้บริการในการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ และ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ โดยให้แบ่งช่วงอัตภาคชั้น มีรายละเอียดดังต่อไป 5 = ระดับมากที่สุด , 4 =  ระดับมาก , 3 = ระดับปานกลาง , 2 = ระดับน้อย , 1 = ระดับน้อยที่สุดวิธีการประมวลผลและแสดงผลการวิเคราะห์ กำหนดให้ผลการวิเคราะห์เป็นร้อยละ และพรรณนาให้เชิงคุณภาพ ให้มีความเข้าใจต่อการนำไปพัฒนาให้อนาคต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *