โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนเชอร์เรสซิเดนซ์

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในทวีปเอเชีย โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศหลากหลายเชื้อชาติประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในเมืองที่เป็นที่รู้จักและคือ เมืองพัทยา เมืองพัทยาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 150 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่ง ทางตะวันตกของเมืองพัทยาติดต่อกับทะเลอ่าวไทย ลักษณะความเป็นเมืองของเมืองพัทยา เป็นเมืองที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากเป็นที่รู้จักของคนภายในประเทศและต่างประเทศ ก่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเมืองพัทยา ส่งผลให้เมืองพัทยามีความเจริญทางธุรกิจและการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดความต้องการที่พักอาศัยเพื่อรับรองกิจกรรมภายในเมืองขึ้น

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาในข้างต้น บ่งบอกถึงความต้องการที่พักอาศัย และเพื่อรองรับกิจกรรมในเมืองพัทยา คุณพวงรัตน์ มากประดิษฐ์ จึงเกิดแนวคิดและวางพัฒนาที่จะพัฒนาที่ดินของตนเองให้เป็นที่พักอาศัยรวม ประเภทอาคารชุดพักอาศัย โดยใช้ชื่อโครงการว่า โครงการเนเชอร์เรสซิเด้นซ์ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถรองรับผู้ดำเนินกิจกรรมในเมืองพัทยาได้ ซึ่งได้ออกแบบให้โครงการดังกล่าว มี 1 อาคาร จำนวน 3 ชั้น (ชั้นละ 8 ห้อง) รวม 32 ห้อง มีลานจอดรถ และพื้นที่สีเขียวในโครงการ พร้อมทั้งสาธารณูปโภคอื่น ๆ เหมาะสมแก่การพักอาศัย มีเส้นทางเข้าออกเชื่อมต่อ 3 ช่องทาง โดยมีช่องทางหลักเข้าออกโครงการมีระยะห่างจากถนนหมายเลข 3 (สุขุมวิท) มีระยะทางเข้าถึงโครงการประมาณ 500 เมตร

ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อกำหนดของประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2553 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ ปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2553 กำหนดให้โรงแรมหรือสถานที่พักตากอากาศตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม หรืออาคารอยู่อาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ที่อยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลเกินกว่า 50 เมตร ซึ่งมีจำนวนห้องพัก 10 ห้องถึง 79 ห้อง หรือมีพื้นที่ใช้สอยของทุกอาคารดังกล่าวรวมกันตั้งแต่ 500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 4,000 ตารางเมตร ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination : IEE) ในขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างโครงการ

จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว คุณพวงรัตน์ มากประดิษฐ์ จึงมอบหมายให้ ศูนย์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นที่ปรึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination : IEE) เพื่อเสนอต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จังหวัดชลบุรี พิจารณาในขั้นตอนต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการและสภาพแวดล้อมปัจจุบันของทรัพยากรและคุณค่าสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ในบริเวณที่ตั้งโครงการและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการ
  2. เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการในระยะก่อสร้างและระยะเปิดดำเนินการ อันอาจมีผลกระทบต่อคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมทั้งในด้านทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต โดยจำแนกและอธิบายในเชิงปริมาณเกี่ยวกับขนาดและทิศทางของผลกระทบทางตรงและทางอ้อม
  3. เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  4. เพื่อสำรวจทัศนคติของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการมีโครงการทั้งด้านบวกและด้านลบ
  5. เสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ เพื่อป้องกันหรือลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
  6. เพื่อเสนอมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการซึ่งเป็นมาตรการเสริมการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ โดยเป็นการตรวจสอบมาตรการต่าง ๆ ที่โครงการดำเนินการในการป้องกันและลดผลกระทบนั้นว่ามีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมเพียงใดรวมทั้งเป็นการเฝ้าระวังและติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ใกล้เคียงโครงการด้วย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ใช้ในการแนบประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
  2. ได้มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ
  3. ได้ฐานข้อมูลรายละเอียดสภาพพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อใช้ในการจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากกิจกรรมของโครงการ
  4. ทราบทัศนคติของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านบวกและด้านลบ
  5. ได้แนวทางให้การบริหารจัดการคุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต
  6. ได้มาตรการเฝ้าระวังและติดตามความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *